[๒๓๖] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะอันพระอรหัตน์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอด ด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา แล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ราคะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจ ตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดขึ้นได้ภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไป เป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

[๒๓๗] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โทสะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ฯลฯ โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... วิจิกิจฉา ... ถีนะ ... อุทธัจจะ ... อิหิริกะ ... อโนตตัปปะ อันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อโนตตัปปะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้ เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดขึ้นได้ภายหลัง ทำให้ไม่มีอันไม่ต้อง เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อม จากอรหัตผลได้

[๒๓๘] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดขึ้นแล้วมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้อง ไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

[๒๓๙] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ยังสติปัฏฐานให้เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ ยัง สัมมัปปธานให้เกิดขึ้นแล้ว ... ยังอิทธิบาทให้เกิดขึ้นแล้ว ... ยังอินทรีย์ให้ เกิดขึ้นแล้ว ... ยังพละให้เกิดขึ้นแล้ว ... ยังโพชฌงค์ให้เกิดขึ้นแล้ว มิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว ก็ต้อง ไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๘๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “ปริหานิกถา