[๒๕๒] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เมื่อเสื่อมจากอรหัตตผล ถูกอะไรกลุ้มรุมจึงเสื่อม? ป. ถูกราคะกลุ้มรุมจึงเสื่อม ส. การกลุ้มรุมเกิดขึ้น เพราะอาศัยอะไร? ป. เกิดขึ้น เพราะอาศัยอนุสัย ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังมีกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. พระอรหันต์ถูกโทสะกลุ้มรุมจึงเสื่อม ฯลฯ ถูกโมหะกลุ้มรุมจึงเสื่อม ส. ความกลุ้มรุมเกิดขึ้นเพราะอาศัยอะไร ป. เกิดขึ้น เพราะอาศัยอนุสัย ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังมีกามราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๒๕๓] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผล อะไรก่อตัวขึ้น? ป. ราคะก่อตัวขึ้น ส. สักกายทิฏฐิก่อตัวขึ้นหรือ วิจิกิจฉาก่อตัวขึ้นหรือ สีลัพพตปรามาสก่อ ตัวขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โทสะก่อตัวขึ้นหรือ ฯลฯ โมหะก่อตัวขึ้นหรือ สักกายทิฏฐิก่อตัวขึ้นหรือ วิจิกิจฉาก่อตัวขึ้นหรือ สีลัพพตปรามาสก่อตัวขึ้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๒๕๔] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์เลิกสะสมอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังละอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังยึดมั่นอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังหมักหมมอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังมืดมัวอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิก สะสมแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น ผู้เลิกสะสมแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ ส. พระอรหันต์ยังละอยู่ก็ไม่ใช่ ยังยึดมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้ว ตั้งอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์ยังละอยู่ก็ไม่ใช่ ยังยึดมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาด แล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ ส. พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ ยังหมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ชำระ ล้างแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ ยังหมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น ผู้ชำระล้างแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ ส. พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ก็ไม่ใช่ ยังมืดมัวอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัด มืดแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ก็ไม่ใช่ ยังมืดมัวอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น ผู้กำจัดมืดแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ ปริหานิกถา จบ. ------------- พรหมจริยกถา

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๙๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “ปริหานิกถา