ในมูลมูลกนัย บทว่า กุสลามูลมูลกา ดังนี้ อธิบายว่า มูลของกุศลเหล่านั้นเป็นกุศลมูล คือมูลที่เป็นกุศลมูลของกุศลเหล่านั้น มีอยู่ เพราะอรรถว่าเป็นเหตุเป็นปัจจัย เหตุนั้น กุศลเหล่านั้นจึงชื่อว่ามีมูลที่เรียกว่ากุศลมูล นี้เป็นเนื้อความพิเศษในนัยยมกปุจฉาเป็นต้น เพราะอาศัยกุศลบท เพียงเท่านี้ แม้ในบททั้งหลายมีอกุศลบทเป็นต้นก็นัยนี้ ส่วนความพิเศษมีดังนี้.

สองบทว่า อเหตุกํ อกุสลํ ตรัสหมายเอาโมหะที่สัมปยุตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ.

สองบทว่า อเหตุกํ อพฺยากตํ ได้แก่ธรรมที่เหลือเว้นสเหตุกะและอัพยากตสมุฏฐานรูป ย่อมได้ในที่นี้ว่า จิตตุปปาท ๑๘, รูปและนิพพาน ชื่อว่าไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล สเหตุกะและอัพยากตสมุฏฐานรูป มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ท่านทำอัพยากตะนั้นให้เป็นอัพโพหาริก คือสิ่งที่กล่าวอ้างไม่ได้ หรือไม่มีโวหารแล้ว จึงกระทำการวิสัชนาด้วยอำนาจของอัพยากตมูลที่ได้อยู่โดยความเป็นอันเดียวกัน.

ธรรมทั้งหลายกล่าวคือนาม ชื่อว่า นามา ธมฺมา นามเหล่านั้น ว่าโดยอรรถได้แก่ อรูปขันธ์ ๔ และนิพพาน.

เล่มที่ ๓๘ ยมก ภาค ๑๑๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “กุศลธรรมนิทเทส”