[๑๐๐๘] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ อาปายิกสัตว์ และปุถุชนที่จักได้ เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่ง ตัณหา และมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคสัจคของสัตว์ใดในภูมิใดจักดับไป สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นใน ภูมินั้น? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้ ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิต ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ จักดับไป แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจแห่งสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา จักดับไป และสมุทยสัจก็ย่อม เกิดขึ้น.
[๑๐๐๙] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป หรือ? ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวง ซึ่งกำลังจุติอยู่ ในภังคขณะ แห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่สมุทยสัจของ สัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.