[๑๐๑๕] สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักไม่ดับไปหรือ? สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อ ตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่าในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิต เป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตว์ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะ ซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นของในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และ ของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อม ไม่เกิดขึ้น.
[๑๐๑๖] ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? คำถามที่เป็นอนาคตกับด้วยอดีต อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้วใน นิโรธวาร ฉันใด แม้ในอุปาทนิโรธวาร ผู้มีปัญญาก็พึงจำแนก ฉันนั้น. อุปานิโรธวาร จบ. ปวัตติวาร จบ. ปริญญาวาร