[๑๐๔๐] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. จิตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น ในภูมินั้น คือปฐมฌาน ในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในกามาวจรภูมิ.

[๑๐๔๑] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน แต่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น ในภูมินั้น คือในปฐมฌาน (ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ.

[๑๐๔๒] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ. คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.

[๑๐๔๓] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน อุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขาร ย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์. หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่ เกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.

เล่มที่ ๓๘ ยมก ภาค ๑๓๐๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “อุปปาทวาร