[๑๐๕๕] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? ไม่มี. หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี. กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี. วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี.
[๑๐๕๖] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๕๗] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เกิดขึ้น แล้ว และวจีสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้น สุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น? วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่ กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และ กายสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๐๕๘] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน รูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้กำลัง เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว.