[๑๐๖๗] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ใน ลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย ปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด. หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.
[๑๐๖๘] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อม เพรียงด้วยปัจฉิมจิต. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว.
[๑๐๖๙] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นใน ลำดับแห่งจิตใด แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นและ จิตตสังขารก็จักไม่ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.
[๑๐๗๐] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.