[๑๑๒๔] กายสังขารในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.
[๑๑๒๕] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลม อัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อัน ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และ วจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ. คำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี พึงให้พิสดาร เช่นเดียวกัน ไม่พึงกระทำว่าผู้เข้านิโรธ ในคำว่า ยสฺส ยตฺถ.
[๑๑๒๖] กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับ ไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ. การถามที่เป็นอดีต ในอุปปาทวารตลอดถึงคำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้ว ฉันใด แม้ ในนิโรธวาร ก็พึงจำแนก ฉันนั้น ไม่มีการทำต่างๆ กัน.
[๑๑๒๗] กายสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิด ในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ซึ่งกำลังจุติอยู่ จักดับ ไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.