[๑๒๑๑] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ? กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมี วิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.
[๑๒๑๒] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ? กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารของสัตว์ เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่ง ปัจฉิมจิต และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.
[๑๒๑๓] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ? วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และ จิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น? ถูกแล้ว.
[๑๒๑๔] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.