[๑๓๙๖] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย? บุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่บุคคล ที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย อนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่บุคคลผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ไม่ละ อวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.
[๑๓๙๗] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย? บุคคลที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง ด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคล ที่ ๘ ไม่ละอวิชชานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย.
[๑๓๙๘] บุคคล ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จาก ที่นั้นหรือ? บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่ละปฏิฆานุสัย จาก ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่ละ กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่ละมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น คือ ใน ทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่ จะไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่ นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละกามราคานุสัย และจะไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ใน ทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่ละ กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่ จะไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.