[๑๔๘๐] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด รู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่ กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย อรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ ภวราคานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
[๑๔๘๑] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ใน รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ใน อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ในกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคล ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ กำหนดดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆนุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จาก ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ในภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา นุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ใน รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคล ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา นุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้ ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.