ในภาวนาวาระนั้น อัพยากตธรรมเป็นธรรมที่บุคคลไม่ควรเจริญด้วย ไม่ควรละด้วย เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ยกบทนั้นขึ้นแสดง.

ก็ในปัณณัตติวาระในธรรมยมกนี้ พึงทราบการนับยมกในวาระ ๔ เหล่านี้ คือปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธธัมมวาระ สุทธธัมมมูลจักกวาระ ด้วยอำนาจแห่งธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น.

ส่วนในปัณณัตติวาระนิทเทส พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา เพราะความที่แห่งกุศลทั้งหลายเป็นกุศลธรรมโดยแน่นอน ในปัญหาที่ว่า กุศลชื่อว่ากุศลธรรมหรือ? ดังนี้ แม้ในคำวิสัชนาที่เหลือก็นัยนี้ คำวิสัชนาที่ว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอกุศล แต่ชื่อว่าธรรม. อธิบายว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือไม่เป็นอกุศล แต่เป็นธรรม. พึงทราบคำวิสัชนาทั้งหมดโดยนัยนี้.

ก็ในอนุโลมนัยแห่งบุคคลวาระ ปัจจุบันกาลในปวัตติวาระนี้ ยมก ๓ อย่าง คือยมกที่มีกุศลธรรมเป็นมูล ๒ อย่าง มีอกุศลธรรมเป็นมูล ๑ อย่าง ย่อมมีในปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลใด อกุศลธรรมก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม? ก็หรือว่า อกุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลใด กุศลธรรมก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม? ดังนี้.

เล่มที่ ๓๙ ยมก ภาค ๒๑๐๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้นกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้นอกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้นกุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ เป็นต้นกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? เป็นต้นกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้นกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้น ...”