กุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ เป็นต้นกุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อัพยากตธรรมของนั้นย่อมดับไปหรือสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ เป็นต้นอกุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ เป็นต้นกุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมในภูมินั้นสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือย่อมดับไปหรือ เป็นต้น ...
เล่มที่ ๓๙ · ข้อ ๑๙๐ · บรรทัด ๑๙๙๓
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๑๙๐] กุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป หามิได้
[๑๙๑] กุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป หรือ ในอรูปภูมิ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศลแต่อัพยากต ธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ กุศลธรรมและอัพยากตธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งกุศล วิปปยุตจิต ย่อมดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และกุศลธรรมก็จะดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล
[๑๙๒] อกุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป หรือ ในอรูปภูมิ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปในภังคขณะแห่งกุศล แต่อัพยากต ธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อม ดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งอกุศล หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป ในภังคขณะ แห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ใน ปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมย่อมดับไป และอกุศลธรรมย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งอกุศล
[๑๙๓] กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมในภูมินั้นย่อมดับไป หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป กุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมดับไป ถูกแล้ว
[๑๙๔] กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป กุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่กุศลธรรมย่อมดับไปใน ภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็น จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
[๑๙๕] อกุศลธรรมย่อมดับไปในภูมิใด อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมดับไป ในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่อกุศลธรรมย่อมดับไป ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็น จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
[๑๙๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป หามิได้
[๑๙๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะ แห่งกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะ แห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อม ดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๑๙๘] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะ แห่งอกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมก็ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งอกุศล วิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็ หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๑๙๙] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปแต่อกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ย่อมไม่ดับก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่ง จิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับ ไป ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปแต่กุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะ แห่งจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๐๐] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งกุศลวิปป ยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไป ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไป แต่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวง ที่กำลังจุติอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล ย่อมไม่ ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๐๑] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปป ยุตจิตต ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ใน อรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไป ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไป แต่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่ง กุศล ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๐๒] กุศลธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับ อกุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับ หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว
[๒๐๓] กุศลธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป หรือ ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับ ไป ไม่มี
[๒๐๔] อกุศลธรรมในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับ ไปหรือ ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับ ไป ไม่มี
[๒๐๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศล ธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอกุศลวิปป ยุตตจิต และอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป แต่กุศล ธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๐๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่ง กุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล ย่อมไม่ดับไป และ อัพยากตธรรม ก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล ย่อมไม่ดับไป และกุศลธรรม ก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๐๗] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะ แห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และ อัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรม ก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๐๘] กุศลธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับไป แล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว
[๒๐๙] กุศลธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้นเคยดับ ไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับไป แล้ว ถูกแล้ว
[๒๑๐] อกุศลธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้นเคยดับ ไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับ ไปแล้ว ถูกแล้ว
[๒๑๑] กุศลธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว หรือ ถูกแล้ว หรือว่าอกุศลธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว กุศลธรรมในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว
[๒๑๒] กุศลธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมในภูมินั้นเคยดับไป แล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว กุศลธรรมในภูมินั้นเคยดับไป แล้ว อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรม เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว ในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
[๒๑๓] อกุศลธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมในภูมินั้นเคยดับไป แล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมในภูมินั้นเคยดับไป แล้ว อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ เคยดับไป แล้ว และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว
[๒๑๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และ อกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว
[๒๑๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็น ไปอยู่ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว ก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว
[๒๑๖] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น เคยดับแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็น ไปอยู่ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไป แล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ และ อกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว
[๒๑๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย ดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้นไม่เคย ดับไปแล้ว ไม่มี
[๒๑๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่ เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่ เคยดับไปแล้ว ไม่มี
[๒๑๙] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่ เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่ เคยดับไปแล้ว ไม่มี
[๒๒๐] กุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมในภูมินั้น ไม่เคยดับ ไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมในภูมินั้น ไม่เคยดับ ไปแล้ว ถูกแล้ว
[๒๒๑] กุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมในภูมินั้น ไม่ เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมในภูมินั้น ไม่เคย ดับไปแล้ว ไม่มี
[๒๒๒] อกุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมในภูมินั้น ไม่ เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมในภูมินั้น ไม่เคย ดับไปแล้ว ไม่มี
[๒๒๓] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และ อสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้วและอกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว
[๒๒๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไป แล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว
[๒๒๕] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไป อยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับ แล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และ อัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว
[๒๒๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไปและอกุศลธรรม ก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป ถูกแล้ว
[๒๒๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ จักดับ ไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และกุศลธรรมก็จักดับไป
[๒๒๘] อกุศลธรรมของสัตว์ใดจักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักดับไปแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักดับไป
[๒๒๙] กุศลธรรมในภูมิใด จักดับไป ฯลฯ
[๒๓๐] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ใน ภูมินั้น จักดับไปหรือ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่ง จิตใด กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมิ นั้น จักดับไป ถูกแล้ว
[๒๓๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไป ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นคือพระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรมก็จักดับไป
[๒๓๒] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักดับไป
[๒๓๓] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิต ใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์จักไม่ดับไป และ กุศลธรรมก็จักไม่ดับไป
[๒๓๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ จักไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไป ถูกแล้ว
[๒๓๕] อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป และ อัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไป ถูกแล้ว
[๒๓๖] กุศลธรรมในภูมิใด จักไม่ดับไป ฯลฯ
[๒๓๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่ง จิตใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป
[๒๓๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป และอัพยากต ธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป ถูกแล้ว
[๒๓๙] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็น พระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป และอัพยากตธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป ถูกแล้ว
[๒๔๐] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่ง กุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรม ก็ย่อมดับไป
[๒๔๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไป แล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะ แห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และ กุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๔๒] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น เคยดับ ไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะ แห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไป แล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๔๓] กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ
[๒๔๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ใน ภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อม ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๔๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๔๖] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๔๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับ ไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไป ไม่มี
[๒๔๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย ดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไป ไม่มี
[๒๔๙] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่ เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไป ไม่มี
[๒๕๐] กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ
[๒๕๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคย ดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิต เป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว
[๒๕๒] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว
[๒๕๓] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่า นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้น สุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรม ก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว
[๒๕๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์นอกนี้ ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะ แห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และกุศลธรรม ก็ย่อมดับไป
[๒๕๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และกุศลธรรม ก็ย่อมดับไป
[๒๕๖] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะ แห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และ อกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๕๗] กุศลธรรม ในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ
[๒๕๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ใน ภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไป แต่อกุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล และอกุศลธรรม ก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ใน ภูมินั้น ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะ แห่งกุศลวิปปยุตตจิต จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไป และกุศลธรรม ก็ย่อม ดับไป
[๒๕๙] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ใน ภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จัก ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๖๐] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือ อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้นย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อม ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป
[๒๖๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่ง กุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ย่อมไม่ดับไป และ อกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปสัตว์เหล่าใด จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นอกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ใน ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๖๒] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่ง กุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไป และ อัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไป ถูกแล้ว
[๒๖๓] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่ง อกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไป และ อัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไป ถูกแล้ว
[๒๖๔] กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ
[๒๖๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ย่อม ไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่า นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่ง อรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด และอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๖๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งปวง ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่า นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว
[๒๖๗] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่า นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว
[๒๖๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ และผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด เคยดับไปแล้วแต่อกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรม ก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไป แล้ว ถูกแล้ว
[๒๖๙] กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้วแต่อัพยากตธรรม ของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และ อัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว
[๒๗๐] อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้วแต่อัพยากต ธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไป แล้ว ถูกแล้ว
[๒๗๑] กุศลธรรมในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฯลฯ
[๒๗๒] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ใน ภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็เคย ดับไปแล้ว
[๒๗๓] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว แต่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมิ นั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็น ไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ก็จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว ก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว
[๒๗๔] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว แต่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ใน ภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไป อยู่ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว
[๒๗๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไป แล้ว เคยดับไปแล้ว
[๒๗๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย ดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว
[๒๗๗] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย ดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว
[๒๗๘] กุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฯลฯ
[๒๗๙] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็น พระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เป็น อสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว
[๒๘๐] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว
[๒๘๑] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว นิโรธวาร จบ อุปปาทนิโรธวาร
ฉบับหลวง เล่มที่ ๓๙ ข้อ ๑๙๐ หน้าที่ ๗๑ · ที่มา 84000.org