กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิด อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับหรือ เป็นต้น …
เล่มที่ ๓๙ · ข้อ ๒๘๒ · บรรทัด ๒๗๗๘
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๒๘๒] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิด อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับหรือ หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับ กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิด หามิได้
[๒๘๓] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิด อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับหรือ หามิได้ หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับ กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิด หามิได้
[๒๘๔] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิด อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับหรือ หามิได้ หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับ อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิด หามิได้
[๒๘๕] กุศลธรรมย่อมเกิดในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมดับในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมย่อมดับในภูมิใด กุศลธรรมย่อมเกิดในภูมินั้น ถูกแล้ว
[๒๘๖] กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมดับในภูมิใด กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น อัพยากตธรรมย่อมดับในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมิ นั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป และ กุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๒๘๗] อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นใน ภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ และ อกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๒๘๘] กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ใน ภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น หามิได้
[๒๘๙] กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น หามิได้
[๒๙๐] อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น หามิได้
[๒๙๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อกุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และ อกุศลธรรมย่อมไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปแต่กุศลธรรม ของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ และ อสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตต จิต และกุศลธรรม ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
[๒๙๒] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน ปวัตติกาล ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรม ของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ใน ปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อม ไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปแต่กุศลธรรม ของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลัง เกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล และอกุศล ย่อมไม่ดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๙๓] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน ปวัตติกาล แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่า นั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ใน อรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศลและอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรม ของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลัง เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล และอกุศล ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
[๒๙๔] กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมิใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
[๒๙๕] กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมินั้น หรือ ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมิใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
[๒๙๖] อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมิ นั้นหรือ ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
[๒๙๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ก็หาไม่ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป แต่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
[๒๙๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่ง กุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่เกิดขึ้นและ อัพยากตธรรม ก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป แต่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
[๒๙๙] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่ง อกุศลวิปปยุตจิตในปวัตติกาล ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป แต่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
[๓๐๐] กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไป แล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้น แล้ว ถูกแล้ว
[๓๐๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น เคยดับ ไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิด ขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
[๓๐๒] อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น เคย ดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคย เกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
[๓๐๓] กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อกุศลธรรมเคยดับไปแล้ว ในภูมินั้น หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมเคยดับไปแล้ว ในภูมิใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
[๓๐๔] กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ใน ภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับไปแล้ว ในภูมิใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ใน ภูมินั้น อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมเคยเกิดขึ้น แล้ว ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๐๕] อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อัพยากตธรรมเคยดับไปแล้ว ใน ภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับไปแล้ว ในภูมิใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ใน ภูมินั้น อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้วแต่อกุศลธรรม ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้นซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ เคยดับไป แล้ว และอกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๐๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้วอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๐๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้วอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็น ไปอยู่ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้น แล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้วและกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๐๘] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้วอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไป อยู่ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้วและอกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๐๙] กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย ดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย เกิดขึ้นแล้ว ไม่มี
[๓๑๐] กุศลธรรมของสัตว์ใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย เกิดขึ้นแล้ว ไม่มี
[๓๑๑] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่มี
[๓๑๒] กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้น ถูกแล้ว
[๓๑๓] กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อัพยากตธรรมไม่เคยดับไปแล้ว ในภูมินั้นหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรม ไม่เคยดับไปแล้ว ในภูมิใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้น ไม่มี
[๓๑๔] อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อัพยากตธรรมไม่เคยดับไป แล้ว ในภูมินั้นหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรม ไม่เคยดับไปแล้ว ในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้น แล้ว ในภูมินั้น ไม่มี
[๓๑๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและอกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
[๓๑๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไป แล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยเกิดขึ้น แล้ว และอัพยากตธรรม ก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
[๓๑๗] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไป แล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยเกิดขึ้น แล้ว และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
[๓๑๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักเกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักเกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๑๙] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้นจักดับไป หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และ พระอรหันต์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักเกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของ สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
[๓๒๐] อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้นจักดับไป หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และ พระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดจักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น จักเกิดไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และอกุศลธรรม ก็จักเกิดขึ้น
[๓๒๑] กุศลธรรมจักเกิดขึ้น ในภูมิใด อกุศลธรรมจักดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่ดับ ในภูมิใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
[๓๒๒] กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมจักดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักดับไป ในภูมิใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น อัพยากตธรรมจักดับไป ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมในภูมินั้นจัก เกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ จักดับไป และ กุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
[๓๒๓] อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมจักดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักดับไป ในภูมิใด อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมในภูมินั้น จัก เกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ จักดับไป และ อกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
[๓๒๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักเกิดขึ้น และอกุศลธรรม ก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ใน ภูมินั้น จักเกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๒๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ใน ภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ และกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
[๓๒๖] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักเกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ใน ภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และอกุศลธรรม ก็จักเกิดขึ้น
[๓๒๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่เกิดขึ้น สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่า นั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่า นั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และพระอรหันต์ จักไม่ดับไป กุศลธรรมและ อกุศลธรรมก็จักไม่เกิดขึ้น
[๓๒๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและพระอรหันต์ จักไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่เกิดขึ้นและอัพยากตธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๒๙] อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่า นั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๓๐] กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด อกุศลธรรมจักไม่ดับไป ในภูมินั้น หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่ดับไป ในภูมิใด กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
[๓๓๑] กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด อัพยากตธรรมจักไม่ดับไป ในภูมินั้น หรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่ดับไป ในภูมิใด กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมินั้น ไม่มี
[๓๓๒] อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด อัพยากตธรรมจักไม่ดับไป ในภูมิ นั้นหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่ดับไป ในภูมิใด อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมินั้น ไม่มี
[๓๓๓] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่เกิดขึ้นอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่า นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็จักไม่เกิดขึ้น
[๓๓๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่เกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จัก ไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๓๕] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่เกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๓๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไป แล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม เกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ แห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และ กุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๓๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น เคยดับ ไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ แห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคย ดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๓๘] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น เคยดับ ไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ แห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่อกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคย ดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๓๙] กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ
[๓๔๐] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้นอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ แห่งกุศลวิปปยุตจิต เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๔๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ แห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคย ดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๔๒] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๔๓] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิด อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย ดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ไม่เกิดขึ้น ไม่มี
[๓๔๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย ดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อม ไม่เกิดขึ้น ไม่มี
[๓๔๕] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่ เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ไม่มี
[๓๔๖] กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ
[๓๔๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ใน เมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๔๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้กำลังเข้าถึง ชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๔๙] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้กำลังเข้าถึง ชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรม ก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๕๐] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่ง จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมเกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ แห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักดับไป และ กุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๕๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ แห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไปแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และ กุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๕๒] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาท ขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไปแต่อกุศลธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นจัก ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๕๓] กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ
[๓๕๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้นอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่ง จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล กุศลธรรม ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นนอกนี้ ย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป และ กุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๕๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ จักดับไปแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ใน ภูมินั้น จักดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๕๖] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ จักดับไปแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จัก ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
[๓๕๗] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่ง กุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค พระอรหันต์ผู้ จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่ง จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งพระอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น จัก ไม่ดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
[๓๕๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่ง กุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์ เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๕๙] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๖๐] กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ
[๓๖๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค พระ อรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และ อสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นและอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่ง จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป แต่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคพระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับ แห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ เกิดขึ้น
[๓๖๒] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๖๓] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้นอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์ เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ใน ภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
[๓๖๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคพระอรหันต์ ผู้ จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด เคยเกิดขึ้นแล้วแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็จัก ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
[๓๖๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยเกิดขึ้นแล้วแต่อัพยากตธรรม ของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยเกิดขึ้นแล้ว และ อัพยากตธรรม ก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิด ขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
[๓๖๖] อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จัก ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยเกิดขึ้นแล้วแต่อัพยากต ธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้น แล้ว ถูกแล้ว
[๓๖๗] กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด ฯลฯ
[๓๖๘] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้วอกุศลธรรมของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระ อรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อกุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไป อยู่ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรม ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรม ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๖๙] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้วอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จัก ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็น ไปอยู่ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๗๐] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้วอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จัก ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็น ไปอยู่ และอสัญญสัตว์จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จัก ดับไป และอกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๗๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย เกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๗๒] กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จัก ไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย เกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๗๓] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคย เกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๗๔] กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด ฯลฯ
[๓๗๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วอกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไป อยู่ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระ อรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดจักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๗๖] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วอัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๓๗๗] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วอัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว อุปปาทนิโรธวาร จบ ปวัตติวาร จบ ภาวนาวาร
ฉบับหลวง เล่มที่ ๓๙ ข้อ ๒๘๒ หน้าที่ ๙๘ · ที่มา 84000.org