ถ้ารวมอัญญมัญญปัจจัยทั้งสองนั้น ให้นำวิสัชนาออกเสีย ๒ วาระ คือกุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตะ. ในบรรดาวิสัชนา ๔ วาระที่แสดงไว้ในเหตาธิปติทุกะ ย่อมได้วิสัชนา ๒ วาระที่เหลือ ถึงจะเพิ่มสัมปยุตตปัจจัยเข้าไปในที่นั้นอีก ก็คงได้วิสัชนา ๒ วาระเหล่านั้นเอง. ก็ถ้าเพิ่มวิปปยุตตปัจจัยเข้าไป จะได้วิสัชนา ๒ วาระนอกจากนั้นด้วย ถ้าเพิ่มวิปากปัจจัยเข้าไปในปัจจัยเหล่านั้น ย่อมได้วิสัชนาวาระเดียวในที่ทุกแห่ง. ก็เมื่อไม่ผนวกปัจจัยที่มีวิธีคำนวณได้น้อยกว่าเหตาธิปติทุกะกับอธิปติปัจจัย ย่อมได้วิสัชนา ๔ วาระเท่านั้น. เมื่อผนวกเข้าไปด้วย ย่อมได้วิสัชนา ๒ วาระและ ๑ วาระ ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยเหล่านั้นแล.

ผู้ศึกษาครั้นทราบจำนวนที่ได้อยู่ในการประกอบร่วมกันแห่งปัจจัยนั้นๆ ดังพรรณนามานี้แล้ว พึงขยายจำนวน (วิธีนับ) ในติมูลกนัยเป็นต้นต่อไป.

ก็บรรดาฆฏนาเหล่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยอำนาจเหตุปัจจัย อันมี ๙ ฆฏนาโดยสามัญ ฆฏนา ๔ ฆฏนาก่อนฆฏนาทั้งปวงเป็นอวิปากฆฏนาเท่านั้น (คือยังไม่มีวิปากปัจจัยที่ร่วมด้วย) แต่ในตอนวิสัชนาอัพยากตะกับอัพยากตะ ย่อมได้วิบากเหตุในที่นี้ด้วย.

ฆฏนา ๕ ฆฏนาต่อจากนั้นตรัสไว้ด้วยอำนาจเหตุที่เป็นวิบาก. วิบากที่เป็นสหชาตะและรูปที่เป็นสหชาตะกับวิบากทั้งหมด ก็ตรัสไว้ในที่นั้นด้วย บรรดาฆฏนาเหล่านั้น วิบาก และรูปที่มีวิบากนั้นเป็นสมุฏฐาน ย่อมได้ในฆฏนาที่ ๑.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๑,๒๖๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อนันตรปัจจัย กับกัมมปัจจัยสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ”