๓. บทว่า โดยภาวะทีปัจจัยเดียว เป็นปัจจัยได้หลายอย่าง ความว่า ธรรมใดเป็นปัจจัยแห่งปัจจยุบบันชนิดใดชนิดหนึ่ง ในบรรดาเหตุปัจจัยเป็นต้น โดยอาการใด โดยอรรถใด ธรรมนั้นไม่ละอาการนั้น อรรถนั้น ถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่างแก่ธรรมเหล่านั้นในขณะนั้นเอง โดยอาการใด โดยอรรถใด อย่างอื่นอีก.
ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยธรรมนั้นโดยภาวะที่เป็นปัจจัยได้หลายอย่าง โดยอาการนั้น โดยอรรถนั้น คือ
อโมหะเป็นเหตุปัจจัย อโมหะนั้นไม่ละอรรถแห่งเหตุปัจจัยนั้นเลย ถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่างโดยอาการ ๑๑ อีก คืออธิปติปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย อินทริยปัจจัย มัคคปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัยและอวิคตปัจจัย.
อโลภะและอโทสะถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอำนาจปัจจัยที่เหลือจาก ๑๑ ปัจจัยนั้น โดยนำปัจจัย ๓ คืออธิปติปัจจัย อินทริยปัจจัยและมัคคปัจจัยออก. อโลภะและอโทสะ ทั้งสองนี้ย่อมได้ในเหตุปัจจัยและวิปากปัจจัยด้วย. ส่วนในกุศลและกิริยา ขาดวิปากปัจจัยไป. โลภะโทสะและโมหะ ย่อมถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่างด้วยอำนาจปัจจัยที่เหลือ เว้นปัจจัย ๔ คือปัจจัย ๓ เหล่านั้นและวิปากปัจจัย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที