อารัมมณปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งอารัมมณปัจจัยนั้นเลย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอาการ ๗ อีก คืออารัมมณาธิปติปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัยและอวิคตปัจจัย. นี้เป็นกำหนดอย่างสูงสุดในอารัมมณปัจจัยนี้. ก็เมื่ออรูปธรรมหรือรูปธรรม ที่เป็นอดีตและอนาคต เป็นอารัมมณปัจจัยมีอยู่ ย่อมได้ปัจจัยเพิ่มขึ้นเพียงอารัมมณาธิปติปัจจัยและอารัมมณูปนิสสยปัจจัยเท่านั้น.

วิมังสา ในอธิปติปัจจัย เหมือนกับอโมหะ. ฉันทะ ไม่ละอรรถแห่งอธิปติปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่างโดยอาการ ๘ อีก คือสหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัยและอวิคตปัจจัย. วิริยะ ถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่างด้วยอาการ ๑๐ ด้วยอำนาจปัจจัยเหล่านี้ คือปัจจัย ๘ เหล่านั้น และอินทริยปัจจัยกับมัคคปัจจัย. จิตตะ ถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง โดยอาการ ๑๐ นอกเหนือจากอธิปติปัจจัย ด้วยอำนาจการนำมัคคปัจจัยออกจากนั้น แล้วเพิ่มอาหารปัจจัยเข้าไป.

ส่วนอารัมมณาธิปติปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบว่าเป็นปัจจัยหลายอย่าง ตามนัยที่กล่าวแล้วในอารัมมณปัจจัยในหนหลัง.

อนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งอนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอาการ ๕ อีก คืออุปนิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัย เจตนาในอริยมรรคเท่านั้น ย่อมได้ความเป็นกัมมปัจจัย ในอนันตรปัจจัยนี้ ธรรมที่เหลือหาได้ไม่.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๑๗๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อวิคตปัจจัย”