สองบทว่า นอุปนิสฺสเย ปญฺจ ความว่า มี ๕ วาระ คือ วาระ ๓ หมวด ๓ แห่งกุศลเป็นต้น อันมีอัพยากตะเป็นที่สุด และวาระ ๒ อันมีมูล ๒ มีอัพยากตะเป็นอวสานบท พึงทราบวิสัชนาในวาระ ๕ เหล่านั้น ด้วยอำนาจแห่งธรรม คือนานากขณิกกัมมปัจจัย กพฬีการาหาร รูปชีวิตินทรีย์และปัจฉาชาตปัจจัย. วาระเหล่านั้นเอง ย่อมมีแม้ในคำเป็นต้นว่า นปุเรชาเต ปญฺจ.

ในทสมูลกนัย สองบทว่า นปจฺฉาชาเต ตีณิ คือ วาระที่เหลือ นอกจากวาระ ๒ อันมีมูล ๒ มีอัพยากตะเป็นอวสานบท อันได้อยู่ด้วยอำนาจปัจฉาชาตปัจจัย. วาระ ๓ เหล่านั้นเอง ย่อมมีแม้ในนวิปปยุตปัจจัย.

สองบทว่า โนอตฺถิยา เทฺว คือ กุศลและอกุศล เป็นปัจจัยแก่กัมมชรูปด้วยอำนาจแห่งนานากขณิกกัมมปัจจัย. ก็ในอธิการนี้ย่อมไม่ได้วิบาก เพราะเนื่องกับนอุปนิสสยปัจจัย. การนับในเอกาทสมูลกนัย เช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลังนั่นเอง.

สองบทว่า นกมฺเม เอกํ ในทวาทสมูลกนัย คืออัพยากตะกับอัพยากตะ. ก็ในข้อนั้น ผู้ศึกษาพึงทราบวิสัชนาด้วยอำนาจอาหารและอินทรีย์. ผู้ศึกษาพึงถือเอาวิสัชนานี้แหละ ในอาคตสถานว่า เอกํ (= ๑ วาระ) แม้ในเตรสมูลกนัย เป็นต้น. แต่ในนอาหารปัจจัย พึงทราบวิสัชนาด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์ ในนอินทริยปัจจัย พึงทราบวิสัชนาด้วยอำนาจแห่งอาหาระ.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๒,๑๕๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม”