คำว่า นนิสฺสยปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา นปจฺฉาชาเต ตีณิ คือ วิสัชนา ๓ วาระ มีกุศลเป็นต้น มีอัพยากตะเป็นที่สุด ปัจจัยเหล่านั้นมีกัมมชรูปและอาหารชรูปเป็นปัจจยุบบัน ในหมวด ๔ มีนอาหาระและนอินทริยะ เป็นมูล ย่อมไม่ได้วาระโดยแน่นอน เหมือนในนเหตุมูลกนัย เพราะไม่เชื่อมกัมมปัจจัย.

ในนอินทริยมูล คำว่า "นอุปนิสฺสเย จ นปุเรชาเต จ ฐเปตฺวา นาหาเร ตีณีติ กาตพฺพํ" อธิบายว่า ผู้ศึกษาพึงเชื่อมปัจจัย ๒ เหล่านี้จากนอินทริยปัจจัย แล้วทำการนับด้วยนอาหารปัจจัย กับปัจจัย ๒ เหล่านี้อย่างนี้ คือ นอินฺทฺริยปจฺจยา ฯเปฯ นอุปนิสฺสยปจฺจยา นาหาเร ตีณิ, น อินฺทฺริยปจฺจยา ฯเปฯ น ปุเรชาตปจฺจยา นาหาเร ตีณิ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตีณิ คือ กุศลเป็นต้นนั่นเอง เป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ.

ในคำนั้นมีอธิบายดังต่อไปนี้

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๒,๑๕๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม”