กุศลและอกุศลเป็นปัจจัยแก่กัมมชรูปและแก่กายที่เกิดก่อน ด้วยปัจฉาชาตปัจจัย ส่วนจิตและเจตสิกที่เป็นอัพยากตะเป็นปัจจัย ด้วยปัจฉาชาตปัจจัยอย่างเดียว ผู้ศึกษาพึงแต่งวิสัชนา ๓ ข้อ ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยเหล่านี้ ดังอธิบายมานี้.
ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า นาหาเร เทฺว เพราะเชื่อมกับปัจฉาชาตปัจจัยข้างหน้า ในข้อนั้นได้วิสัชนาเพียงเท่านี้ คือกุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะด้วยอำนาจที่เป็นกัมมชรูป และอกุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะด้วยอำนาจที่เป็นกัมมชรูปเหมือนกัน แต่เพราะอาหารถูกปฏิเสธออก กพฬีการาหารจึงไม่ได้ความเป็นปัจจัย แม้ด้วยอำนาจอัตถิและอวิคตปัจจัย.
ในจตุมูลกนัย แต่งตอนที่ว่าด้วยปัฏฐานที่มีนวิปปยุตตปัจจัยเป็นมูล.
สองบทว่า นอุปนิสฺสเย ปญฺจ คือ มีวิสัชนา ๕ วาระ คือกุศลเป็นปัจจัยแก่กุศลที่เกิดพร้อมกัน กุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ กล่าวคือกัมมชรูป อกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศลที่เกิดพร้อมกัน อกุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ คือกัมมชรูป อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะที่เกิดพร้อมกัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที