ก็คำนี้ว่า เตวีสติมูลกํ ในอธิการนี้ ตรัสหมายถึงทุมูลกปัฏฐานเท่านั้น ส่วนสัพพมูลกนัยในที่สุด ได้แก่จตุวีสติมลกนัยนั่นเอง. นัยนั้นทั้งหมดทรงย่อไว้แล.
พระบาลีนี้ว่า ติกญฺจ ปฏฺฐานวรํ ฯเปฯ ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา ดังนี้ ได้แก่ปัจจนียะ ๒ อย่าง คือธัมมปัจจนียะและปัจจยปัจจนียะ. ใน ๒ อย่างนั้น นัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปแล้วด้วยอำนาจการแสดงธรรมที่สงเคราะห์ ด้วยบทอภิธรรมมาติกาอย่างนี้ว่า กุสลา ธมฺมา โดยแสดงเป็นปัจจนียะว่า นกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นกุสโล ธมฺโม ชื่อว่าธัมมปัจจนียะ. นัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปด้วยอำนาจการแสดงปัจจัย ๒๔ ด้วยอำนาจเป็นปัจจัยอย่างนี้ว่า นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา ชื่อว่าปัจจยปัจจนียะ.
ใน ๒ อย่างนั้น คาถานี้ว่า ติกญฺจ ปฏฺฐานวรํ ฯเปฯ ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา ในอรรถกถาในหนหลัง ท่านกล่าวหมายถึงธัมมปัจจนียะ แต่ในอธิกานนี้ คาถานี้ ท่านกล่าวหมายถึงปัจจยปัจจนียะ ในธัมมานุโลมเท่านั้น. เพราะฉะนั้น ในคาถาแห่งอรรถกถาว่า "ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา" ผู้ศึกษาพึงทราบใจความอย่างนี้ว่า นัย ๖ มีติกปัฏฐานเป็นต้นในธัมมปัจจนียะลึกซึ้งยิ่ง. แต่ในปัจจนียะที่เป็นไปแล้วอย่างนี้ว่า นเหตุปจฺจยา นอารมฺมณปจฺจยา ในโอกาสนี้ผู้ศึกษาพึงทราบเนื้อความอย่างนี้ว่า นัย ๖ มีติกะปัฏฐานเป็นต้น เฉพาะในธัมมานุโลมเท่านั้นลึกซึ้ง.
บรรดานัย ๖ เหล่านั้น ประเภทแห่งปุจฉานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงย่อแสดงในปัณณัตติวาระนี้แห่งปฏิจจวาระ ด้วยอำนาจธรรมเพียงกุสลติกะ ในอนุโลมติกปัฏฐานเท่านั้น แม้ในติกะและทุกะที่เหลือ และในปัฏฐานที่เหลือก็ไม่มีปุจฉาแม้แต่ข้อเดียว. ก็ในสหชาตวาระเป็นต้น ต่อจากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงยกปุจฉาขึ้นด้วยอำนาจกุสลติกะ ทรงแสดงเฉพาะวิสัชนาด้วยอำนาจวาระที่ได้อยู่เท่านั้น. ก็เพราะพระบาลีว่า ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา พึงยกปัฏฐานนัย ๖ เหล่านี้ขึ้นแสดงในปัจจยปัจจนียะนี้ ด้วยอำนาจแห่งปุจฉา เพราะว่านั่นเป็นภาระแห่งอาจารย์ผู้อธิบายปัฏฐาน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที