ในข้อนั้น พึงมีคำถามว่า ปัจจัยเหล่านี้มีคติเหมือนสหชาตปัจจัย เพราะเป็นที่รวมแห่งขันธ์ ๔ อันต่างโดยกุศลเป็นต้น โดยไม่แปลกกัน ก็จริง แต่กุศลก็หาเป็นปัจจัยโดยประการอื่นเว้นสหชาตปัจจัย แก่กุสลาพยากตะไม่ เพราะฉะนั้น เมื่อกุศลนั้นถูกปฏิเสธออก วาระนั้นก็ขาดไป (เป็นธรรมดา) แต่กุศลย่อมไม่เป็นอัญญมัญญปัจจัยแก่กุสลาพยากตะ เมื่อกุศลนั้นถูกปฏิเสธไป ทำไมวาระนั้นจึงต้องขาดไปด้วย.

แก้ว่า เพราะมีความเป็นไปด้วยอำนาจแห่งธรรมที่อิงอาศัยกันและกัน เหมือนอย่างว่า กุสลาพยากตะไม่เป็นสหชาตปัจจัยแก่กุศล แต่วาระนั้นก็ขาดไปในเมื่อยกกุศลนั้นออก เพราะมีความเป็นไปโดยนิสสยปัจจัยเป็นต้น ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่เกิดร่วมกัน ฉันใด แม้ในอธิการนี้เมื่อยกกุศลนั้นออก วาระแม้นั้นย่อมขาดไป เพราะมีความเป็นไปโดยเป็นสหชาตะเป็นต้น ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่เป็นอัญญมัญญปัจจัย ฉันนั้น.

ก็บทว่า นอญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย มีเนื้อความดังนี้ ธรรมเหล่าใดถึงการนับว่าเป็นอัญญมัญญปัจจัย การเป็นปัจจัยด้วยธรรมเหล่านั้น ย่อมไม่มี แต่กุศลเมื่อเป็นปัจจัยแก่กุสลาพยากตะ ด้วยอำนาจสหชาตปัจจัยเป็นต้น ย่อมไม่เป็นด้วยธรรม คืออัญญมัญญปัจจัยเท่านั้น เพราะฉะนั้น เมื่อกุศลนั้นถูกปฏิเสธออก วาระนั้นจึงขาดไป ก็วาระนั้นย่อมขาดไป ฉันใด วาระ ๓ แม้ที่เหลือก็ย่อมขาดไป ฉันนั้น วาระ ๔ แม้เหล่านั้นย่อมขาดไปด้วยประการฉะนี้.

แม้ในคำว่า นนิสฺสเย เอกาทส นี้มีวินิจฉัยดังนี้ เพราะปัจจัยธรรมทั้งหลายที่เกิดร่วมกันโดยส่วนเดียว เป็นที่อาศัยแห่งวาระเหล่านั้น ฉะนั้น เมื่อธรรมเป็นที่อาศัย ถูกปฏิเสธออก วาระเหล่านั้นจึงขาดไปด้วย.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๒,๒๕๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย”