บัณฑิตพึงทราบว่า ปัจจัย ๒๓ เหล่านี้ ท่านแสดงไว้แล้วด้วยปัจจัย ๗ ในอธิการนี้ ด้วยประการฉะนี้.

ปัจจัย ๑๒ ท่านแสดงแล้วด้วยปัจจัย ๓ แม้ในปัญหาที่ ๒ อย่างไร คืออารัมมณปัจจัยมี ๑. ปัจจัย ๖ คืออารัมมณาธิปติ อนันตระ สมนันตระ นัตถิ วิคตะและอุปนิสสยปัจจัย ท่านแสดงแล้วด้วยอำนาจแห่งอารัมมณูปนิสสยะ โดยอุปนิสสยปัจจัย. ปุเรชาตะ นิสสยะ วิปปยุตตะ อัตถิและอวิคตปัจจัย ท่านแสดงแล้วด้วยปุเรชาตปัจจัย. บัณฑิตพึงทราบว่าปัจจัย ๑๒ เหล่านี้ ท่านแสดงแล้วด้วยปัจจัย ๓ ในปัญหาที่ ๒ นี้ (อัพ - กุ) ด้วยประการฉะนี้ แม้ในปัญหาที่ ๓ (คือ อัพ - อกุ) ก็นัยนี้.

ในปัญหาที่ ๑ แห่งปัญหา ๔ ข้อที่มีมูล ๒ (คือ กุ, อัพ - กุ. กุ, อัพ - อัพ. อกุ, อัพ - อกุ. อกุ, อัพ - อัพ.) ต่อจากนั้นพระองค์ไม่ตรัสว่า สหชาตปจฺจเยน ปุเรชาตปจฺจเยน แล้วแสดงปัจจัย ๓ ด้วยอำนาจนิสสยะ อัตถิและอวิคตปัจจัย ด้วยปัจจัย ๒ ที่พระองค์ตรัสว่า สหชาตํ ปุเรชาตํ.

จริงอยู่ กุศลขันธ์ทั้งหลายเมื่อให้สำเร็จความเป็นปัจจัยแก่กุศล พร้อมกับวัตถุรูป เป็นสหชาตะแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นสหชาตปัจจัย. เพราะเหตุไร? เพราะเจือด้วยวัตถุรูป. เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สหชาตํ ด้วยอำนาจแห่งนิสสยะ อัตถิและอวิคตะ อันเป็นสหชาตะเหล่านั้น. แม้ในวัตถุรูปก็นัยนี้เหมือนกัน.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๒,๒๗๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย”