จริงอยู่ แม้วัตถุรูปนั้นจะเกิดก่อนก็จริง แต่หาเป็นปุเรชาตปัจจัยไม่ เพราะรวมกับขันธ์ คำว่า ปุเรชาตํ ตรัสแล้วด้วยอำนาจแห่งนิสสยปัจจัยเป็นต้น ที่เกิดก่อนอย่างเดียว.

ปัจจัย ๔ ด้วยอำนาจสหชาตะ นิสสยะ อัตถิและอวิคตะ พระองค์ทรงแสดงแล้วด้วยปัจจัย ๔ ที่ท่านกล่าวว่า สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ในปัญหาที่ ๒.

จริงอยู่ ในวาระนี้ย่อมได้สหชาตปัจจัยด้วย ไม่ได้ปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น ก็คำนั้นท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งปัจฉาชาตะ และอัตถิ และอวิคตะ กล่าวคืออาหารและอินทรีย์ เพราะว่ากุศลขันธ์ทั้งหลาย อัพยากตะและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่อุปทายรูป โดยส่วน ๔ คือสหชาตปัจจัย นิสสยปัจจัย อัตถิปัจจัย อวิคตปัจจัย. ก็กุศลที่เกิดในภายหลังเป็นปัจจัยแก่อุปาทายรูปเหล่านั้นนั่นแหละ กับภูตรูปเหล่านั้นเหมือนกัน ด้วยอำนาจอัตถิและอวิคตปัจจัย. แม้กพฬีการาหาร กับกุศลที่เกิดภายหลัง ก็เป็นปัจจัยแก่กายที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของอัตถิและอวิคตปัจจัย. แม้รูปชีวิตินทรีย์ กับกุศลที่เกิดภายหลังก็เป็นปัจจัยแก่กัมมชรูป ด้วยอำนาจของอัตถิและอวิคตปัจจัยนั่นเอง.

คำนี้ว่า สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ พระองค์ตรัสหมายถึงความเป็นปัจจัยโดยส่วน ๔ นี้. ก็ปัจฉาชาตะ อาหาระและอินทริยปัจจัยย่อมไม่ได้ในอธิการนี้.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๒,๓๔๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย”