ในอัญญมัญญปัจจย ท่านกล่าวว่า ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถํ ปฏิจฺจ ขนฺธา (วัตถุอาศัยขันธ์ ขันธ์อาศัยวัตถุ) ดังนี้ ก็เพื่อแสดงว่า (นาม) ขันธ์แม้ทั้งสี่เป็นอัญญมัญญปัจจัยแก่วัตถุโดยส่วนเดียว.

ในนิสสยปัจจัย อันอรรถแห่งคำว่า ปฏิจฺจ ใจความเหมือนกับสหชาตะ เพราะฉะนั้น ความที่จักขายตนะเป็นต้น เป็นนิสสยปัจจัย ซึ่งท่านแสดงไว้แล้วในปัจจยวิภังควาระในหนหลัง พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ทรงถือเอาด้วย.

จริงอยู่ จักขายตนะเป็นต้นเป็นปุเรชาตปัจจัย แต่ในที่นี้เป็นได้เฉพาะสหชาตปัจจัย เพราะเหตุนั้นเอง ท่านจึงกล่าวไว้ว่า นิสสยปัจจัยเช่นเดียวกับสหชาตปัจจัย.

ในอุปนิสสยปัจจัย ย่อมได้วิสัชนา ๓ วาระเท่านั้น เพราะความที่รูปเป็นอุปนิสสยปัจจัยไม่ได้. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่าเช่นเดียวกับอารัมมณปัจจัย. ในอุปนิสสยปัจจัยนั้น กุศล อกุศลและอัพยากตธรรมทั้งหมดย่อมไม่ได้อารัมมณูปนิสสยปัจจัย แม้ก็จริง แต่คำนั้นบัณฑิตพึงทราบว่า ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้ (อารัมมณูปนิสสยะ) เท่านั้น.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๒๓๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อนุโลมนัย”