แม้อนันตรูปนิสสยะ ก็ทรงจำแนกไว้ไม่ต่างกันกับอนันตรปัจจัยโดยนัยเป็นต้นว่า กุศลขันธ์ทั้งหลายซึ่งเกิดขึ้นก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ที่เกิดขึ้นหลังๆ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
แต่ในนิกเขปแห่งมาติกามีการตั้งปัจจัยทั้งสองนั้นแปลกกัน เพราะอนันตรปัจจัยมาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า จักขุวิญญาณธาตุและธรรมที่สัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณธาตุนั้นเป็นปัจจัยแก่มโนธาตุและธรรมที่สหรคตด้วยมโนธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย. มาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า กุศลธรรมที่เกิดขึ้นก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมที่เกิดหลังๆ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย. แม้นิกเขปแห่งมาติกานั้น เมื่อว่าโดยใจความ (อรรถ) แล้ว ก็เป็นอันเดียวกัน.
แม้เช่นนั้น ผู้ศึกษาก็พึงทราบว่า ชื่อว่าอนันตรปัจจัย เพราะสามารถให้จิตตุปบาทที่เหมาะสมเกิดขึ้นในลำดับของตนๆ และชื่อว่าอนันตรูปนิสสยปัจจัย เพราะจิตที่เกิดก่อนมีกำลังในอันให้จิตดวงหลังเกิดขึ้น. เหมือนอย่างว่า ในเหตุปัจจัยเป็นต้น แม้เว้นธรรมบางอย่างเสียจิตก็ย่อมเกิดขึ้นได้ ฉันใด เว้นจิตที่ติดต่อกันแห่งตนเสีย จิตจะเกิดขึ้นได้ย่อมไม่มี ฉันนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าเป็นปัจจัยมีกำลัง.
พึงทราบความต่างกันแห่งอนันตรปัจจัย กับอนันตรูปนิสสยปัจจัยทั้งสองนั้นอย่างนี้ ชื่อว่าอนันตรปัจจัย ด้วยอำนาจการยังจิตที่เหมาะสมให้เกิดขึ้นในลำดับของตนๆ ชื่อว่าอนันตรรูปนิสสยปัจจัย ด้วยอำนาจเป็นเหตุที่มีกำลัง ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที