พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า ราคสฺส เป็นต้น.

บรรดาทิฏฐิและมานะเหล่านั้น ธรรมหนึ่งๆ เป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่ราคะในเวลาอาศัยสมบัติมีศรัทธาเป็นต้นแล้วยกย่องตน เป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่โทสะในเวลาอาศัยสมบัติ มีศรัทธาเป็นต้นแล้วเย้ยหยันผู้อื่น เป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่โมหะ ที่สัมปยุตตด้วยราคะและโทสะทั้งสอง เพราะอาศัยมานะและทิฏฐิมีประการดังกล่าวแล้ว อาศัยสมบัติมีศรัทธาเป็นต้นแล้วปรารถนาภวสมบัติและโภคสมบัติ. โลกิยกุศลเท่านั้นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในอธิการนี้ด้วยประการฉะนี้.

ส่วนโลกุตตรกุศลเป็นธรรมสงบ ประณีต สูงสุด กำจัดอกุศลได้เด็ดขาด ฉะนั้นจึงไม่เป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่อกุศล เหมือนพระจันทร์ไม่เป็นอุปนิสสัยแก่ความมืดฉะนั้น. เพราะเหตุนั้นโลกุตตรกุศลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ทรงถือเอาในอธิการนี้.

คำว่า อาตาเปติ เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้เพื่อแสดงอัพยากตธรรมด้วยอำนาจกายิกทุกข์.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๓๔๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “[๕๔๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นต้น”