สองบทว่า กุสลํ กมฺมํ คือ กุศลเจตนาเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่วิบากของตน. แต่เจตนานั้นได้เฉพาะที่มีกำลังเท่านั้น ที่มีกำลังอ่อนย่อมไม่ได้.

ในข้อนั้นมีเรื่องดังต่อไปนี้ (เป็นอุทาหรณ์) :-

เล่ากันมาว่า หญิงคนหนึ่งต้องการจะผูกคอตาย จึงห้อยเชือกไว้ที่ต้นไม้ จัดแจงของที่ควรจัดอยู่. ทีนั้นโจรคนหนึ่งคิดว่าตอนกลางคืนเราเข้าไปยังเรือนนั้น แล้วจักเอาเชือกเส้นนี้มัดสิ่งของบางอย่างแล้วลักไป จึงเอามีดเข้าไปตัด ลำดับนั้นเชือกนั้นได้กลายเป็นงูพิษขู่แล้ว โจรกลัวไม่กล้าเข้าไป หญิงนั้นออกจากเรือน สอดคอเข้าไปในบ่วงเชือกผูกคอตายแล้ว พลวเจตนาห้ามเสียซึ่งอันตรายแล้ว เป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่วิบากของตนด้วยประการฉะนี้.

แต่คำนี้ก็ไม่ควรถือโดยแน่นอน เพราะว่า กรรมที่ได้โอกาสห้ามอันตรายแห่งวิบากอย่างนี้แล้วย่อมให้ผล ส่วนกรรมที่ยังวิบากให้เกิดกล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นอุปนิสสัยแก่วิบาก.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๓๔๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “[๕๔๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นต้น”