สองบทว่า ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย คือ ทำความปรารถนามีอาทิอย่างนี้ว่า ถ้างานชิ้นนี้ของข้าพเจ้าสำเร็จ ก็จักทำพลีกรรมอย่างนี้แก่ท่าน หรือ ท่านจงนำเครื่องบวงสรวงเทวดาชนิดโน้มมาให้ข้าพเจ้า หรือจงนำเอาไปให้คนโน้น หรือว่าท่านจงมาร่วมเป็นสหายของเราซึ่งกำลังทำงานเหล่านี้อยู่ให้เป็นอุปนิสสัย.

ในคำว่า ราโค โทโส มาโน ทิฏฺฐิ ปตฺถนา ราคสฺส นี้ ราคะเป็นอุปนิสสัยแก่ราคะด้วย แก่ธรรมมีโทสะเป็นต้นด้วย. แม้ในโทสะเป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน.

สองบทว่า ปาณาติปาโต ปาณาติปาตสฺส ความว่า บุคคลผู้ฆ่าสัตว์ ย่อมจะฆ่าสัตว์อื่นอีก เพราะตั้งอยู่ในความที่ไม่สำรวม. หรือว่าย่อมฆ่าญาติมิตรของผู้ที่ถูกเขาฆ่าแล้วประทุษร้ายต่อเพิ่มอีก. ปาณาติบาตเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่ปาณาติบาตด้วยประการฉะนี้.

อนึ่ง ปาณาติบาตเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่อทินนาทานเป็นต้น ในเวลาฆ่าเจ้าของ หรือคนเฝ้าลักเอาของเขาไป, ในการฆ่าสามีแล้วล่วงภรรยาเขา, ในเวลาพูดเท็จว่าไม่ได้ฆ่า, ในเวลาพูดส่อเสียดเพื่อปกปิดกรรมที่ตัวเองทำแล้ว, หรือเพื่อต้องการทำกรรมที่ยังไม่ได้ทำ ในเวลาพูดคำหยาบ คำเพ้อเจ้อ โดยนัยนั้น ในเวลาเพ่งเล็งสมบัติที่อยากได้ของผู้อื่น, ในเวลาคิดว่าเมื่อเขาถูกฆ่าตายแล้วพวกพ้องมิตรอำมาตย์ของเขาต้องสูญสิ้นไปเป็นต้น และในเวลาถือความเห็นผิดด้วยอำนาจผู้ทำกรรมที่ทำได้ยากว่า ปาณาติบาตของเราจักหนักแน่นอยู่นี้ เป็นต้น.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๓๕๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “[๕๔๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นต้น”