จริงอยู่ เหตุปัจจัยเป็นปัจจัยโดยเหตุแก่ธรรมเหล่าใด ก็เป็นสหชาตปัจจัยเป็นต้นแก่ธรรมเหล่านั้นด้วย แต่หาเป็นอารัมมณปัจจัยเป็นต้นแก่ธรรมเหล่านั้นไม่ เหตุนั้นอารัมมณปัจจัยเป็นต้น จึงชื่อว่าเป็นวิสภาคะแก่เหตุปัจจัยนั้น เพราะฉะนั้น เหตุปัจจัยนั้นจึงไม่ควรประกอบไว้กับอารัมมณปัจจัยเป็นต้นเหล่านั้น หรือว่าไม่ควรประกอบอารัมมณปัจจัยเป็นต้นเหล่านั้นไว้กับเหตุปัจจัยนั้น.

แม้ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัยและอวิคตปัจจัย ก็ขัดแย้งกันและกัน จึงไม่ควรประกอบไว้ด้วยกันอีก.

บรรดาธรรมเหล่านั้น ผู้ศึกษาจะได้วาระเหล่าใดในการประกอบกับธรรมที่เข้ากันได้ เว้นธรรมที่เข้ากันไม่ได้เสีย เพื่อจะแสดงวาระเหล่านั้นโดยสังเขป พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เหตุปจฺจยา อธิปติยา จตฺตาริ เป็นต้น (ในเพราะเหตุปัจจัยอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ).

บรรดาวาระเหล่านั้น เพราะการเทียบเคียงเหตุปัจจัยกับอธิปติปัจจัย (เพราะเอาเหตุปัจจัยรวมกับอธิปติปัจจัย) ได้ ๗ วาระ ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยที่น้อยกว่าก็จริง ถึงอย่างนั้น เพราะในบรรดาอธิบดีทั้งหลาย วีมังสาธิบดีเท่านั้นเป็นเหตุปัจจัย นอกนี้หาเป็นไม่ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเว้นธรรมที่เป็นวิสภาคะ (เข้ากันไม่ได้) เสียแล้ว ตรัสว่า จตฺตาริ ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่เป็นสภาคะกัน.

เล่มที่ ๔๐ ปัฏฐาน ภาค ๑๙๗๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อารัมมณปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย”