[๗๖-๗๙] ทฺวาทสมูลเก ปน วิปากปจฺจโย น ลพฺภติ, ตสฺมา อาเสวนปจฺจยา กมฺเม ตีณีติ วตฺวา วิปากํ อปรามสิตฺวาว อาหาเร ตีณีติอาทิ ๑- วุตฺตํ. เตรสมูลกาทีสุปิ เอเสว นโย. เต ปน สงฺขิปิตฺวา เตวีสติมูลโกเวตฺถ ทสฺสิโต. โส ทุวิโธ โหติ สาเสวโน วา สวิปาโก วา. ตตฺถ ปฐมํ สาเสวโน ทสฺสิโต. โส ตีเณว วิสฺสชฺชนานิ ลภติ. เตน วุตฺตํ "อาเสวนปจฺจยา อวิคเต ตีณี"ติ.
เปฯ วิปากปจฺจยา อาหาเร เอกนฺ"ติ เอกํ นยํ ทสฺเสตฺวา ปจฺฉา เตวีสติมูลกา ทสฺสิตา. ๑- เอเตสุ ปน ทฺวีสุ เตวีสติมูลเกสุ กิญฺจาปิ เอกสฺมึ วิปากปจฺจโย นตฺถิ, เอกสฺมึ อาเสวนปจฺจโย, ปจฺฉาชาตปจฺจโย ปน อุภยตฺถาปิ. รุฬฺหิสทฺเทน ปเนเต เตวีสติมูลกาเตฺวว เวทิตพฺพา. เตสุ สาเสวเน อาเสวนสฺส วเสน สพฺพตฺถ ตีเณว วิสฺสชฺชนานิ, สวิปาเก วิปากปจฺจยสฺส วเสน เอกเมวาติ อยํ เหตุปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เอกมูลกาทีสุ คณนา.
ยมฺปเนตํ เหตุมูลกานนฺตรํ "อารมฺมเณ ฐิเตน สพฺพตฺถ ตีเณว ปญฺหา"ติ วุตฺตํ, ตํ อารมฺมณํ ๒- อาทึ กตฺวา เอกมูลเกปิ ทุมูลกาทีสุปิ สพฺพตฺถ อารมฺมณปเท เจว อารมฺมเณน สทฺธึ เสสปจฺจยโยชนาสุ จ ยตฺถ นวหิ ภวิตพฺพํ, ตตฺถ ตโยว ปญฺหา โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. วิปากปเท ปน วิปากปเทน สทฺธึ เสสปจฺจยโยชนาสุ จ เอโกว ปโญฺห โหติ. ๓- อิติ ยํ เหฏฺฐา "พหุคณโนปิ ปจฺจโย อพหุคณเนน สทฺธึ ยุตฺโต เตน สมานคณโน โหตี"ติ วุตฺตํ, ๔- ตํ สุวุตฺตเมวาติ. ๕-
[๘๐-๘๕] อิทานิ เย อารมฺมณาทีนํ ปจฺจยานํ วเสน เอกมูลกาทโย ทสฺเสตพฺพา, เตสุ เอกมูลโก ตาว เหตุเอกมูลเกเนว สทิโสติ เอกสฺมิมฺปิ ปจฺจเยน ทสฺสิโต. อารมฺมณปจฺจยวเสน ปน ทุมูลเก คณนํ ทสฺเสตุํ อารมฺมณปจฺจยา เหตุยา ตีณิ, อธิปติยา ตีณิ ฯเปฯ อวิคเต ตีณีติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ "อารมฺมณปจฺจยา อธิปติยา ตีณิ ฯเปฯ อวิคเต ตีณี"ติ วตฺตพฺเพ เย เหตุปจฺจยาทโย ปจฺจยา พหุคณนา, เตสํ อูนตรคณเนหิ สมานคณเนหิ จ สทฺธึ