[๑๙๑-๑๙๕] ๒- ทุมูลกาทีสุ นเยสุ ยํ ยํ อาทึ ๒- กตฺวา เย เย ทุกาทโย ทสฺสิตา, เต เต ลพฺภมานาลพฺภมานปจฺจยวเสน ยถา ยถา ทสฺสิตา, ตถา ตถา สาธุกํ สลฺลกฺเขตพฺพา. ตตฺถ ยํ นเหตุวเสน ทุมูลกาทโย นเย ทสฺเสนฺเตน นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา ฯเปฯ นาเสวนปจฺจยาติ วตฺวา "ยาว อาเสวนา สพฺพํ สทิสนฺ"ติ วุตฺตํ. ตสฺส "นอญฺญมญฺญปจฺจยา สหชาเต เอกนฺ"ติอาทีหิ สทิสตา เวทิตพฺพา. ยญฺจ "นกมฺเม คณิเต ปญฺจ คณฺหาตี"ติ ๓- สีหลภาสาย ลิขิตํ, ตสฺสตฺโถ:- นเหตุปจฺจยมาทึ กตฺวา นกมฺมปจฺจยาติ เอวํ นกมฺมปจฺจเยน ฆฏิเต สหชาเต เอกนฺติ เอวํ ทสฺสิตา ปญฺเจว ปจฺจยา อนุโลมโต ลพฺภนฺติ, น อญฺเญติ. เอวํ อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ พฺยญฺชนํ อนาทิยิตฺวา อธิปฺเปตตฺโถเยว คเหตพฺโพ. เอวรูปญฺหิ พฺยญฺชนํ อตฺตโน สญฺญานิพนฺธนตฺถํ โปราเณหิ สกภาสาย ๔- ลิขิตํ.
@๓ สี. ปญฺจ ปญฺหาตีติ ๔ ฉ.ม. สกสกภาสาย
อปิจ อิมสฺมึ ปจฺจนียานุโลเม ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเมสุปิ อตฺถิธมฺโม กมฺมปจฺจยํ ลภติ, น อินฺทฺริยปจฺจยํ, โส อสญฺเญสุ เจว ปญฺจโวการภเว ปวตฺเต จ รูปชีวิตินฺทฺริยวเสน เวทิตพฺโพ. อตฺถิธมฺโม มคฺคปจฺจยํ ลภติ, น เหตุปจฺจยํ, โส วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคตโมหวเสน ๑- เวทิตพฺโพ, อตฺถิธมฺโม ฌานปจฺจยํ ลภติ, น มคฺคปจฺจยํ, โส มโนธาตุอเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุวเสน เวทิตพฺโพ. ยตฺถ กฏตฺตารูปานิ นานากฺขณิกกมฺมวเสเนว กมฺมปจฺจยํ ลภนฺติ, ตตฺถ รูปธมฺมา เหตาธิปติวิปากินฺทฺริยฌานมคฺคปจฺจเย น ลภนฺติ, สพฺพฏฺฐานิกา ปจฺจนียา น โหนฺติ. อเหตุเก อธิปติปจฺจโย นตฺถีติ อิเมสมฺปิ ปกิณฺณกานํ วเสเนตฺถ คณนวาโร อสมฺโมหโต เวทิตพฺโพ.