[๑๑๕๓] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนา โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถ กรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา แล้วกระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว พิจารณาจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ออกจากฌานที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออกจากมรรค ออกจากผล แล้วกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา กระทำขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ ปรารภขันธ์นั้น มีราคะ ทิฏฐิ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ฯลฯ
[๑๑๕๔] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย ทุกขเวทนา โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตขันธ์ โดยอธิปติปัจจัย
[๑๑๕๕] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต ด้วยอทุกขมสุขเวทนา โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา กระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว พิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ออกจากฌานที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ออกจากมรรค ออกจากผล กระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณาด้วยจิตที่ สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา กระทำขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ฯลฯ ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๑๕๖] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต ด้วยสุขเวทนา โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำ อุโบสถกรรม ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา กระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ออกจากฌานที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ออก จากมรรค ออกจากผล กระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณาด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา กระทำขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ฯลฯ