[๑๑๗๖] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต ด้วยสุขเวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ให้ทานด้วยจิตที่สัมปยุต ด้วยสุขเวทนา ฯลฯ ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลอาศัยศีลที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ฯลฯ อาศัยความปรารถนา ให้ทาน ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยจิต ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา กายวิญญาณที่สหรคตด้วย สุข เป็นปัจจัยแก่ความปรารถนาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา แก่กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุข แก่ขันธ์ ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๑๗๗] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต ด้วยทุกขเวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ยังตนให้เดือดร้อน ให้เร่าร้อน เสวยทุกข์ อันมีความแสวงหาเป็นมูล บุคคลที่อาศัยศีลที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ฯลฯ อาศัยความปรารถนา ฆ่าสัตว์ ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ฯลฯ ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนา ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ โทสะ โมหะ กายวิญญาณที่สหรคตด้วยทุกข์ แก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา โดยอุปนิสสย ปัจจัย
[๑๑๗๘] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย สุขเวทนา โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมญาณที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมญาณ เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอาเสวนปัจจัย
[๑๑๗๙] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย ทุกขเวทนา โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย