[๑๑๘๔] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย ทุกขเวทนา โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตขันธ์ โดยกัมมปัจจัย ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่วิบากทั้งหลาย แก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๘๕] ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนา โดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๘๖] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต ด้วยอทุกขมสุขเวทนา โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุต ขันธ์ โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
[๑๑๘๗] ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต ด้วยสุขเวทนา โดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ซึ่งเป็นวิปาก โดยกัมมปัจจัย