[๑๒๖๐] เสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เสกขธรรม โดยสหชาตปัจจัย เหมือนกับ สหชาตปัจจัยในปฏิจจวาร มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิจจวารมีหัวข้อปัจจัย ๓ ในนิสสยปัจจัย เหมือนกับนิสสยปัจจัยในกุสลัตติกะ มีหัวข้อปัจจัย ๑๓
[๑๒๖๑] เสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เสกขธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรคโดยนิสสย ปัจจัย ทุติยมรรค เป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัยตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย มรรคเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นเสกขธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๒๖๒] เสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่อเสกขธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ มรรคเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นอเสกขธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๒๖๓] เสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวเสกขานาเสกขธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายเข้าไปอาศัยมรรคแล้ว ยัง สมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว พิจารณาเห็นสังขาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ มรรค เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา แก่ธัมมปฏิสัมภิทา แก่นิรุตติปฏิสัมภิทา แก่ ปฏิภาณปฏิสัมภิทา แก่ฐานาฐานโกสัลละ ของพระอริยะทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย ผลสมาบัติ ที่เป็นเสกขธรรม เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย