[๑๔๗๘] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปสนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นมหัคคตธรรมแล้วยัง ฌานที่เป็นมหัคคตธรรมให้เกิดขึ้น อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปศัยศีลที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ ปัญญาแล้ว ยังฌานที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นมหัคคตธรรม แก่ ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย ปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานา สัญญายตนะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๔๗๙] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม ฯลฯ มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นมหัคคตธรรมแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ ปัญญาแล้วให้ทาน ฯลฯ ยังวิปัสสนา ให้เกิดขึ้น ฯลฯ ศรัทธาที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นปริตตธรรม แก่ ปัญญา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๔๘๐] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม ฯลฯ มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นมหัคคตธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นอัปปมาณธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ ยังผลสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ ปัญญาแล้ว ยังฌานที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังผลสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอัปปมาณธรรม แก่ ปัญญา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๔๘๑] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม ฯลฯ มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอัปปมาณธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นอัปปมาณธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ ยังผลสมบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ ปัญญาแล้ว ยังฌานที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังผลสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอัปปมาณธรรม แก่ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย ปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค ฯลฯ ตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค