[๑๗๑๑] มิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสย ได้แก่ มาตุฆาตกรรม เป็นปัจจัยแก่ปิตุฆาตกรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มาตุฆาตกรรม ฯลฯ ปิตุฆาตกรรม ฯลฯ อรหันตฆาตกรรม ฯลฯ รุหิรุปปาท กรรม ฯลฯ สังฆเภทกรรม ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่มิจฉาทิฏฐิที่เป็นนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย พึงกระทำจักรนัย มิจฉาทิฏฐิที่เป็นนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉาทิฏฐิที่เป็นนิยตธรรม โดยอุปนิสสย ปัจจัย มิจฉาทิฏฐิที่เป็นนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มาตุฆาตกรรม ฯลฯ แก่สังฆเภทกรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย
[๑๗๑๒] มิจฉัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสย ปกตูปนิสสย ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสย ได้แก่ บุคคลปลงชีวิตมารดาแล้วเพื่อป้องกันกรรมนั้น ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ปลงชีวิตบิดา ฯลฯ ปลงชีวิตพระอรหันต์ ฯลฯ บุคคลมีจิตคิดประทุษร้าย ยังโลหิตของพระตถาคตให้ห้อ ฯลฯ ทำลายสงฆ์เพื่อป้องกัน กรรมนั้น ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรม
[๑๗๑๓] สัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมมัตตนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค โดย อุปนิสสยปัจจัย ตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๗๑๔] สัมมัตตนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูเปนิสสยะ อนั่นตรูปนิสสยะ ปกรูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายเข้าไปอาศัยมรรคแล้วยังสมาบัติที่ ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เจ้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว พิจารณาเห็นสังขาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็น อนัตตา มรรค เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทาของพระอริยะทั้งหลาย ฯลฯ แก่ฐานาฐานโกสัลละ โดยอุปนิสสยปัจจัย มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย