[๑๖๒] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผลที่เป็นอวิตักก อวิจารธรรม และวิจาร โดยอธิปติปัจจัย ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๓] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น เพราะกระทำฌาน เป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักก สวิจารธรรม เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งโสตะ ซึ่งฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร กระทำให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น เพราะกระทำโสตะ เป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๑๖๔] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำโสตะ เป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น