จริงอยู่ ที่ชื่อว่า นกุสลํ ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ก็ได้แก่อกุศลหรืออัพยากตะนั่นเอง. และกุศล ชื่อว่าทำนกุศล คือธรรมที่ไม่ใช่กุศล นั้นให้เป็นสหชาตปัจจัยเกิดขึ้น ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแต่งคำวิสัชนาด้วยอำนาจอกุศลและอัพยากตะ. ในข้อนั้น ผู้ศึกษาพึงทราบวิสัชนา อาศัยนกุศลธรรมอย่างนี้ คือขันธ์ ๓ และรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยอกุศลขันธ์หนึ่งเกิดขึ้น.

ส่วนปัญหานี้ว่า อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ทรงวิสัชนาไว้เสร็จแล้วว่า ขันธ์ ๓ และรูปมีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยขันธ์หนึ่งอันเป็นวิปากาพยากตะและกิริยาพยากตะเกิดขึ้น.

ในปัญหาทั้งหมด ปัญหาที่ยังไม่ได้วิสัชนาย่อมมีวิสัชนาที่เหมาะสมแก่เนื้อความ และปัญหาที่มีวิสัชนาแล้ว มีวิสัชนาอันมาแล้วในบาลีนั่นเอง ก็วิธีนับประเภทแห่งวาระ และนับปัจจัยในติกะและทุกะหนึ่งๆ ทั้งหมด ผู้ศึกษาพึงทราบตามแนวแห่งนัยอันข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในหนหลัง.

ก็นัย ๖ ในธัมมปัจจนียานุโลมปัฏฐาน อันท่านแสดงไว้แล้วด้วยคาถาซึ่งพระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ในอรรถกถาว่า

เล่มที่ ๔๕ ปัฏฐาน ภาค ๖๑๓๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “นเหตุทุกนสเหตุกทุกเหตุทุกสเหตุกทุกะเป็นต้น”