[๒๖๕] ธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่เหตุธรรม และไม่ใช่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๗ นัย เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อเหตุกธรรม และไม่ใช่เหตุธรรม โดย อารัมมณปัจจัย มี ๘ นัย เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่เหตุธรรม และไม่ใช่อเหตุกธรรม และธรรม ที่ไม่ใช่กุศลที่ไม่ใช่อเหตุกธรรม และที่ไม่ใช่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๙ นัย
[๒๖๖] ธรรมที่เป็นอกุศล ที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรม ที่ไม่ใช่อกุศล ที่ไม่ใช่เหตุธรรมและไม่ใช่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย พึงจัดให้เป็นวาระ ๙ โดยอุบายนี้
[๒๖๗] ธรรมที่เป็นอัพยากฤต ที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต ที่ไม่ใช่เหตุธรรมและไม่ใช่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย พึงจัดให้เป็นวาระ ๙ ฯลฯ เหตุและเหตุสัมปยุตตทุกะเหมือนกับเหตุและสเหตุกะ ฯลฯ พึงจัดให้เป็นวาระ ๙ นเหตุสเหตุกทุกกุสลัตติกนเหตุนสเหตุกทุกนกุสลัตติกะ
[๒๖๘] ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่เหตุธรรมและไม่ใช่สเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็น กุศลที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล ที่ไม่ใช่เหตุธรรมและไม่ใช่สเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอกุศล ที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต ที่ไม่ใช่เหตุธรรม และไม่ใช่อเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็น อัพยากฤต ที่ไม่ใช่เหตุธรรม แต่เป็นอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย สัปปัจจยทุกกุสลัตติกนสัปปัจจยทุกนกุสลัตติกะ