ในสองบทนี้ คือ ปริวาสํ นิกฺขิปามิ ๑ วตฺตํ นิกฺขิปามิ ๑ ปริวาส เป็นอันเก็บแม้ด้วยบทอันหนึ่งๆ เป็นอันเก็บเรียบร้อยแท้ด้วยทั้ง ๒ บท. แม้ในการสมาทานก็มีนัยเหมือนกัน. ภิกษุผู้สมาทานวัตร อยู่ปริวาสเสร็จอย่างนั้นแล้ว เมื่อจะถือมานัต ไม่มีกิจที่จะต้องสมาทานวัตรอีก.

จริงอยู่ ภิกษุนั่งคงเป็นผู้สมาทานวัตรอยู่นั่นเอง, เพราะเหตุนั้น สงฆ์พึงให้มานัต ๖ ราตรีแก่เธอ, พอเธอประพฤติมานัตแล้วพึงอัพภาน. เธอเป็นผู้ไม่มีอาบัติ ตั้งอยู่ในส่วนแห่งผู้บริสุทธิ์อย่างนั้นแล้ว จักบำเพ็ญไตรสิกขา กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ด้วยประการฉะนี้. ปริวาสกถา จบ

ปกตัตตะของกันและกัน

ข้อว่า มูลาย ปฏิกสฺสนารหา ภิกฺขู สาทิยนฺติ ปกตตฺตานํ มีความว่า เว้นภิกษุผู้ควรแก่มูลายปฏิกัสสนาผู้อ่อนกว่าเสีย ได้แก่ภิกษุทั้งหลายที่เหลือ โดยที่สุด แม้ภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นต้น.

เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑๖๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เรื่องพระอยู่ปริวาส”