และในบาลีนี้ ทั้งชื่อ ทั้งวัตถุและโคตร เป็นอันถือเอาแล้วแท้ ด้วยคำว่า เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ สญฺเจตนิกํสุกฺกวิสฏฺฐึ.

เหมือนอย่างว่า ในบาลีนี้ ท่านกล่าวว่า อยํ อุทายิ ภิกฺขุ ฉันใด, ภิกษุใดๆ เป็นผู้ต้อง, พึงถือเอาชื่อของภิกษุนั้นๆ ทำกรรมวาจาว่า อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ ฉันนั้น.

ในเวลาจบกรรมวาจา ภิกษุนั้นพึงสมาทานวัตรในสีมาแห่งโรงทีเดียว ตามนัยที่กล่าวแล้วนั่นแลว่า ปริวาสํ สมาทิยามิ วตฺตํ สมาทิยามิ ครั้นสมาทานแล้ว พึงบอกในท่ามกลางสงฆ์ ในสีมาแห่งโรงนั้นแล. ก็แล เมื่อจะบอก พึงบอกอย่างนี้ว่า :-

อหํ ภนฺเต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฏฺฐึ เอกาหปฏิจฺฉนฺนํ, โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกายสุกฺกวิสฏฺฐิยา เอกาหปฏิจฺฉนฺนานย เอกาหปริวาสํ ยาจึ, ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฏฺฐิยา เอกาหปฏิจฺฉนฺนาย เอกาหปริวาสํ อทาสิ. โสหํ ปริวสามิ, เวทิยามหํ ภนฺเต, เวทิยตีติ มํ สงฺโฆ ธาเรตุ.

เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑๙๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เรื่องพระอุทายี”