หากว่า เขากล่าวว่า ท่านจงให้บาตรที่อุทิศจากสงฆ์ ดังนี้ เมื่อบาตรอันพระภัตตุทเทสก์ยังไม่ทันสั่งให้ถือ ก็ฉวยเอาบาตรของภิกษุรูปใดรูปหนึ่งบรรจุเต็มนำมา. แม้อุทเทสภัตที่เขานำมาแล้วพึงให้ถือเอาตามลำดับเหมือนกัน.
ชนผู้หนึ่ง ซึ่งเขาใช้ไปว่า ท่านจงนำบาตรเจาะจงสงฆ์มา ดังนี้กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ท่านจงมอบบาตรใบหนึ่ง เราจักนำนิมันตนภัตมาถวาย, ถ้าชนนั้น ภิกษุทั้งหลายทราบว่า ผู้นี้มาจากเรือนอุทเทสภัต จึงถามว่า ท่านมาจากเรือนโน้นมิใช่มิหรือ? จึงตอบว่า ถูกแล้ว ท่านผู้เจริญ ไม่ใช่นิมันตนภัต เป็นอุทเทสภัต, พึงให้ถือเอาตามลำดับ.
ฝ่ายชนใด ซึ่งสั่งเขาว่า จงบำบาตรลูกหนึ่งมา จึงย้อนถามว่า จะนำบาตรอะไรมา ได้รับตอบว่า จงนำมาตามชอบใจของท่าน ดังนี้ แล้วมา ; ชนนี้ ชื่อ วิสสัฏฐทูต (คือทูตที่เขายอมตามใจ) เขาต้องการบาตรเฉพาะสงฆ์ หรือบาตรตามลำดับ หรือบาตรส่วนตัวบุคคล อันใด พึงให้บาตรนั้นแก่เขา.
ผู้หนึ่งเป็นคนโง่ไม่ขลาด ซึ่งเขาใช้ไปว่า จงนำบาตรเฉพาะสงฆ์มาดังนี้ ไม่เข้าใจที่จะพูด จึงยืนนิ่งอยู่, ภิกษุไม่ควรถามเขาว่า ท่านมาหาใคร หรือว่า ท่านจักนำบาตรของใครไป เพราะว่า เขาถูกถามอย่างนั้นแล้ว จะพึงตอบเลียนคำถามว่า มาหาท่าน หรือว่า จักนำบาตรของท่านไป. เพราะเหตุที่กล่าวนั้น ภิกษุเหล่าอื่นจะพากันชัง ไม่พึงแลดูภิกษุนั้นก็ได้. ที่เหมาะควรถามว่า ท่านจะไปไหน? หรือว่า ท่านเที่ยวทำอะไร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที