[๘๘๗] ถามว่า อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน. ถ. มีฐานเท่าไร? ต. มีฐาน คือ กองอาบัติ ๗. ถ. มีวัตถุเท่าไร? ต. มีวัตถุ คือ กองอาบัติ ๗. ถ. มีภูมิเท่าไร? ต. มีภูมิ คือ กองอาบัติ ๗. ถ. มีเหตุเท่าไร? ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓. ถ. มีมูลเท่าไร? ต. มีมูล คือ สมุฏฐานอาบัติ ๖. ถ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร? ต. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๖ คือ ไม่ละอาย ๑ ไม่รู้ ๑ สงสัยแล้วขืนทำ ๑ สำคัญว่าควรในของไม่ควร ๑ สำคัญว่าไม่ควรในของควร ๑ ลืมสติ ๑. ถ. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร? ต. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๓ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ ด้วยติณวัตถารกะ ๑.
[๘๘๘] ถามว่า กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน. ถ. มีฐานเท่าไร? ต. มีฐาน คือ กรรม ๔. ถ. มีวัตถุเท่าไร?ต. มีวัตถุ คือ กรรม ๔. ถ. มีภูมิเท่าไร? ต. มีภูมิ คือ กรรม ๔. ถ. มีเหตุเท่าไร? ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓. ถ. มีมูลเท่าไร? ต. มีมูล ๑ คือ สงฆ์. ถ. กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร? ต. กิจเกิดด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยญัตติ ๑ ด้วยอปโลกน์. ๑ ถ. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร? ต. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะอย่างหนึ่ง คือ ด้วยสัมมุขาวินัย.
[๘๘๙] ถามว่าสมถะ มีเท่าไร? ตอบว่า สมถะมี ๗ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ เยภุยยสิกา ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สมถะมี ๗ เหล่านี้. ถ. บางทีสมถะ ๗ เหล่านี้ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจ วัตถุโดยปริยาย หรือ? ต. บางทีเป็นได้ ก็บางทีเป็นได้อย่างไร? คือ วิวาทาธิกรณ์มีสมถะ ๒ อนุวาทาธิกรณ์ มีสมถะ ๔ อาปัตตาธิกรณ์มีสมถะ ๓ กิจจาธิกรณ์มีสมถะ ๑ อย่างนี้ที่สมถะ ๗ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจวัตถุโดยปริยาย. ปริยายวารที่ ๖ จบ ----------- สาธารณวารที่ ๗