บทว่า ไม่ตัดต้นไม้เพื่อต้องการทำหลักยัญ ไม่ตัดหญ้าแพรกเพื่อต้องการเบียดเบียนผู้อื่น พราหมณ์แสดงว่า ชนเหล่าใดให้ตั้งเสาใหญ่ที่มีชื่อว่าเสายัญ แล้วเขียนชื่อว่า พระราชาโน้น อำมาตย์โน้น พราหมณ์โน้น ย่อมบูชามหายัญเห็นปานนี้ดังนี้แล้ว ตั้งไว้และเกี่ยวหญ้าแพรกแวดวงศาลายัญโดยสังเขปว่า เป็นละเมาะป่าหรือลาดบนพื้นดิน ชนแม้เหล่านั้นมิได้ตัดต้นไม้ มิได้เกี่ยวหญ้าแพรก ก็พวกเขาจักฆ่าวัวหรือสัตว์มีแพะเป็นต้น ทำไมกัน ดังนี้.

บทว่า ทาส คือ ทาสมีทาสที่เกิดภายในเรือนเป็นต้น. ชนเหล่าใดถือเอาทรัพย์ก่อนแล้วจึงทำการงานให้ ชนเหล่านั้นชื่อว่าคนรับใช้. ชนเหล่าใดรับเบี้ยเลี้ยงรายวันและค่าจ้างทำการงานให้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ากรรมกร. ชนผู้ที่เขาถือท่อนไม้และไม้ค้อนเป็นต้น คุกคามอย่างนี้ว่า จงทำงาน จงทำงาน ชื่อว่าผู้ถูกอาญาคุกคาม. ชนผู้ที่เขาคุกคามด้วยภัยอย่างนี้ว่า ถ้าเจ้าทำงาน ข้อนั้นก็ดีไป หากไม่ทำ เราจักตัดหรือจักจำจองหรือจักฆ่าเสีย ดังนี้ ชื่อว่าผู้ถูกภัยคุกคาม.

แต่ชนเหล่านั้นมิได้ถูกอาญาคุกคาม มิได้ถูกภัยคุกคาม มิได้มีน้ำตานองหน้าร้องไห้รำพันอยู่. โดยที่แท้ พวกเขาต่างทำงาน ทักทายปราศรัยกันด้วยคำทักทายที่น่ารักทีเดียว เพราะในชนเหล่านั้น พวกเขาไม่เรียกทาสว่าเป็นทาส คนรับใช้ว่าเป็นคนรับใช้ คนงานว่าเป็นกรรมกร แต่กลับเรียกกันด้วยคำทักทายที่น่ารักตามความชอบใจ ต่างแสดงการงานตามสมควรที่เป็นหญิงเป็นชาย มีกำลังและทุพพลภาพ ต่างพูดกันว่า พวกท่านจงทำงานนี้ๆ แม้เขาเหล่านั้นก็กระทำด้วยอำนาจความชอบใจของตน.

เพราะเหตุ นั้นท่านจึงกล่าวว่า

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๑,๑๒๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. กูฏทันตสูตร”