เจ้าลิจฉวีได้ฟังอรรถนี้แล้ว จึงคิดว่า ธรรมอันประเสริฐอันใครๆ ไม่อาจจะบรรลุได้เหมือนนกบินบ้าง เหมือนเหี้ยคลานไปด้วยอกบ้าง สำหรับภิกษุบรรลุพระธรรมนี้ จะพึงมีข้อปฏิบัติในส่วนเบื้องต้นแน่ เราจะทูลถามถึงพระธรรมนั้นก่อน.

แต่นั้น เมื่อจะทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทูลว่า อตฺถิ ปน ภนฺเต ดังนี้เป็นต้น.

บทว่า อฏฺฐงฺคิโก ความว่า มรรคประกอบด้วยองค์ ๘ เหมือนดนตรีประกอบด้วยองค์ ๕ และเหมือนบ้านประกอบด้วยตระกูล ๘ จึงชื่อว่าประกอบด้วยองค์ ๘. ธรรมดามรรคอื่นจากองค์ไม่มี ด้วยเหตุนั้นเทียว พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เสยฺยถีทํ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ดังนี้.

ในมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาทิฏฐิมีลักษณะเห็นชอบ. สัมมาสังกัปปะมีลักษณะน้อมนึกชอบ. สัมมาวาจามีลักษณะใคร่ครวญชอบ. สัมมากัมมันตะมีลักษณะให้ตั้งมั่นชอบ. สัมมาอาชีวะมีลักษณะให้ผ่องแผ้วชอบ. สัมมาวายามะมีลักษณะประคองชอบ. สัมมาสติมีลักษณะเข้าไปตั้งอยู่ชอบ. สัมมาสมาธิมีลักษณะตั้งใจชอบ.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๑,๑๖๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาลิสูตร”