บทว่า ในสวนกวางชื่อกัณณกถละ คือ ภูมิภาคที่น่ารื่นรมย์แห่งหนึ่ง ชื่อกัณณกถละมีอยู่ในที่ไม่ไกลแห่งเมืองนั้น. ภูมิภาคนั้นเรียกว่าสวนกวาง เพราะพระราชทานอภัยแก่กวาง ในสวนกวางชื่อกัณณกถละนั้น.

บทว่า เปลือย คือ นักบวชเปลือย. บทว่า กัสสปะ เป็นชื่อของนักบวชนั้น. บทว่า ผู้มีตปะ คือ ผู้อาศัยตปะ. บทว่า ผู้มีการเลี้ยงชีพเศร้าหมอง คือการเลี้ยงชีพของนักบวชนั้นเศร้าหมอง ด้วยอำนาจแห่งความเปลือยและการมีความประพฤติเสียเป็นต้น เหตุนั้น จึงชื่อว่ามีการเลี้ยงชีพเศร้าหมอง. ผู้มีการเลี้ยงชีพเศร้าหมองนั้น.

บทว่า ย่อมติเตียน คือ ย่อมตำหนิ. บทว่า ย่อมว่าร้าย คือ ย่อมเย้ยหยัน ย่อมเพิดเพ้ย. บทว่า และย่อมพยากรณ์ธรรมตามสมควรแก่ธรรม คือ ย่อมกล่าวเหตุสมควรแก่เหตุที่พระโคตมะผู้เจริญตรัสแล้ว.

บทว่า วาทะและอนุวาทะ เป็นไปกับด้วยธรรม คือวาทะและอนุวาทะของท่าน มีเหตุด้วยเหตุที่คนอื่นกล่าวแล้ว คือเหตุอันผู้รู้พึงติเตียนว่า ใครๆ แม้ไม่ประมาท ก็ไม่มาหรือ. คำนี้ ท่านกล่าวไว้ว่า เหตุที่ควรติเตียนในเพราะวาทะของท่านไม่มีหรือ.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๑,๑๗๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. มหาสีหนาทสูตร”