แม้ในบทเป็นอาทิว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พราหมณ์ไม่มีเครื่องเกาะเกี่ยวกับสตรี ดังนี้ ท่านกล่าวความไม่เกาะเกี่ยวกับสตรี เพราะไม่มีกามฉันทะ. ชื่อว่าไม่มีเวรด้วยจิตคิดจองเวรกับใครๆ เพราะไม่มีพยาบาท. ชื่อว่าไม่มีพยาบาท ด้วยการพยาบาท กล่าวคือ ความเป็นไข้ทางใจ. เพราะไม่มีถีนมิทธะ ชื่อว่ามีจิตไม่เศร้าหมองด้วยเครื่องเศร้าหมองมีอุทธัจจะกุกกุจจะเป็นต้น เพราะไม่มีอุทธัจจะกุกกุจจะ ชื่อว่าผู้มีจิตบริสุทธิ์ด้วยดี. ชื่อวสวัตตี เพราะทำจิตให้อยู่ในอำนาจ เหตุไม่มีวิจิกิจฉา และไม่เป็นเช่นพราหมณ์ผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งจิต คือเป็นไปในอำนาจแห่งจิต.

บทว่า ก็ในโลกนี้แล คือ ในทางแห่งพรหมโลกนี้. บทว่า จมลงแล้ว คือ เข้าไปหาสิ่งไม่ใช่ทางเลยว่าเป็นทาง. บทว่า กำลังจมอยู่ คือ จมเข้าไป เหมือนคนเหยียบเปือกตม ด้วยสำคัญว่า เป็นพื้นราบ. บทว่า ครั้นจมแล้ว ย่อมถึงความย่อยยับ อธิบายว่า ครั้นจมเหมือนจมในเปือกตมอย่างนี้แล้ว ย่อมถึงความย่อยยับ คือความแตกหักแห่งอวัยวะน้อยใหญ่.

บทว่า สำคัญว่า ข้ามได้ง่าย อธิบายว่า ชนทั้งหลายคิดว่า เราจักข้ามโดยสำคัญว่า แม่น้ำมีน้ำเต็มเสมอฝั่ง กาดื่มได้ จึงพยายามทั้งมือทั้งเท้าสำคัญว่าข้ามได้ง่าย เพราะลวงตาด้วยพยับแดด. เพราะฉะนั้น เขาทั้งหลายย่อมถึงความย่อยยับความแตกหักในอบาย เหมือนอย่างมือและเท้าเป็นต้นถึงความย่อยยับแตกหักฉะนั้น คือไม่ได้ความสุข หรือความสำราญในโลกนี้เลย.

บทว่า ตสฺมา อิทนฺเตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ ความว่า เพราะฉะนั้น นี้เป็นปาพจน์ คือไตรเพทที่แสดงถึงทางเพื่อความอยู่ร่วมกับพรหมของพราหมณ์ทั้งหลายผู้จบไตรเพท.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๑,๓๑๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๓. เตวิชชสูตร”